counter 193,492

แม่

มีรูปนี้ใบเดียวแหละที่ถ่ายกับแม่ ตอนโตนอกนั้นมีแต่เด็กๆ ไม่กี่ขวบ

กลับบ้านไปก็ชอบนั่งเปิดอัลบั้ม เก่าๆ ดูคนเดียวทุกที ที่ได้อยู่ด้วยกัน 4 คน

แม่ ป๋า พี่ และ บี เวลาเหล่านั้นไม่มีอีกแล้ว 

แต่เวลาที่ยังเหลืออยู่ทำให้ดีกว่านี้ได้ไหมละ

แม่ จะเล่าไรให้ฟังนะ เคยโกดแม่ เคยเกลียดแม่ เคยน้อยใจแม่  เคยทุกสิ่งทุกอย่างที่จะโค่ดไม่เข้าใจแม่

ว่าทำไม แม่ถึงได้ปล่อยให้ใช้ชีวิต แบบนี้อยู่คนเดียว ให้โตคนเดียว ให้หากินคนเดียว ให้ทำอะไรต่อมิอะไรคนเดียว

จนทุกวันนี้ บีจิตใจกระด้างไปหมดแล้ว  และเฉยชากับทุกสิ่งที่อยู่รอบด้าน เพราะว่าเจอมันมาซะหมดแล้ว

 

ตั้งแต่เกิดมา  กี่ครั้งไม่รู้ต่อกี่ครั้ง ที่ทำให้แม่เสียใจ แถมไม่เคยคิดจะเสียใจเสียด้วยซ้ำ

เคยเถียงแม่ ทะเลาะกับแม่ และหนีออกจากบ้าน ไม่ให้แม่เจอ ไม่ให้แม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงเพราะอารมณ์

และเพียงเพราะนิสัยไม่ดีเองนั่นแหละมั้ง 

 

เคยเอาสร้อยทองที่แม่ซื้อให้ติดคอ ไว้ไปขายร้านทอง เป็นค่ารถ จะหนีแม่ไปหาเพื่อนเพราะเบื่อที่แม่บ่น

เบื่อที่แม่จู้จี้จุกจิก  เช้ามาก็บ่นๆ ๆ อะไร ไม่รู้ คนจะนอน จะให้ทำนั่นทำนี่ ทำนู้น  จะให้ทำอะไรต่อมิอะไรทำไมมากมาย

ห้องนอนก็ห้องนอนเค้า จะรก จะไรก็ เรือ่งของเค้า เค้าอยู่ได้ ไม่ต้องมายุ่งได้ไหมล่า

 

เสื้อผ้าก็เหมือนกัน ไม่ต้องมาซักให้ก็ได้ ไม่อยากฟังที่จะมาบ่น ไม่มีใส่เด๋วก็จะซักเองไม่ต้องมายุ่ง

หากไม่มี ก็จะไม่ใส่ ไม่ซัก ไม่ไรทั้งนั้น ก็ปล่อยให้มันเน่า ๆไป

 

เรื่องเรียนก็เหมือนกัน  แม่ไม่รู้หรอก ว่าเค้าไปเจออะไรในที่โรงเรียนบ้าง

รู้ไหมว่าป๋า อะ เคยไม่ไปจ่ายค่าเทอมให้  เพราะอะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ เพียงเพราะป๋าเอาเงินไปให้ผู้หยิงคนนั้นใช้มั้ง

จวบจนป๋าตายนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่า ...ทำไม.....

 

แม่ไม่เข้าใจว่าทำไม เค้าถึงไม่อยากไปเรียน   เพราะไม่อยากให้แม่ลำบาก

ก็คิดโง่ๆ  คิดอะไรโง่ๆ สารพัด เรื่องนี้ก็ไม่เคยพูดให้แม่ฟังด้วยซ้ำ เพราะกัวแม่คิดมาก

รู้ว่าแม่ทำงานอยู่คนเดียว ... รู้ว่าพี่สาวเราก็ทำให้แม่ปวดหัวมากพอระ

ไม่อยากทำตัวให้มีปัญหาอีกคน...................แต่ก็ดันสร้างปัญหาให้แม่ในมุมที่เค้าไม่รู้

 

รู้นะ ว่าเคยดื้อ  เคยด่าแม่ ตะโกนด่ากับแม่ เคยสู้แม่ เวลาแม่ตี  เคยกระชากไม้ที่แม่ตีเพื่อไม่ให้แม่มาตี

ทุกวันนี้  รู้หมดแล้วว่า  สิ่งที่แม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อน

เคยหาโรงเรียนให้เรียน  เคยเอาเค้าไปฝากกับป้าให้ป้าดูแลและให้เรียน

 

ทุกวันนี้ยังเสียใจอยู่ที่ทำไม ตอนนั้นไม่เอาถ่าน  เสียดายเวลาที่หยุดเรียน มาปีสองปี

ด้วยเหตุผลโง่ๆ ง่ายๆ  แค่เรื่องอยากไว้ผม  โรงเรียนนี้มันเสือกให้ตัดผม ก่อนเข้าเรียน แล้วถึงให้ไว้

เลยไม่เรียนแม่งเลย   ออกมาหางานทำซะ.......ทำไมตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไมถึงได้คิดอะไรโง่ๆ แบบนี้น้า

 

พอออกมาทำงาน ก็เลยออกไปอยู่หอซะอยู่กับเพื่อน ใช้ชีวิตให้มันสมกับเป็นชีวิตไปเลย

กินใช้ เท่ว  ไม่เคยหันกลับไปที่บ้านอีก  ไม่ต้องมียาดพี่น้อง  ทุกวันก็มีแค่คำว่าเพื่อน ว่าเพื่อน

ทำไมตอนนั้น อะไรก็เพื่อน แล้วเพื่อนก็เป็นตัวแปรที่ทำให้ชีวิตเค้า เปลี่ยนไป.............................

 

พอหมดสนุกกับการ ทำงานออกไปใช้ชีวิตตัวเองแล้ว    สุดท้ายก็กลับไปหาแม่

....เพราะไม่รู้จะเอาอะไรกิน  ไม่รู้จะอยู่ยังไง  ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน

 

เมื่อก่อนตอนที่หนีออกจากบ้าน  แม่รู้ไหมว่าลำบากมาก  ไม่มีอะไรจะกิน

อยู่หอเนี่ย มันทรมานมาก    .... ห้องที่คอนโดที่เช่าอยู่กับเพื่อน ก็โดนล้อค

ตัดน้ำ ตัดไฟ  ตัดแม่งหมด  ดีอย่างเดียวที่มันไม่ไล่ออกจากที่นอน ไม่มีที่ซุกหัวนอน

ตกกลางคืน ก้แอบไปเปิดวาวล์น้ำ เพื่ออาบน้ำ  แอบเปิดคัดเอ้าไฟ  เพื่อใช้ไฟ

 

เล่าตอนนี้มันเป็นเรื่องขำขำ แหละ มันผ่านมาแล้วนี่....แต่ตอนนั้นมันไม่ขำเท่าไหร่หรอก

เพื่อนที่พอจะกลับบ้านได้  ก็กลับไป เอาข้าวมาให้กินบ้าง  แบ่งกันบ้าง

แค่พอมีชีวิตรอดไปวันๆ  อนาคต ไม่รู้จะเอายังไง ไม่ต้องคิดถึงซะด้วยซ้ำ

 

เพราะ แค่พรุ่งนี้จะเอายังไง ยังไม่รู้เลย  ก็แค่นอนมาให้มันตื่นมาก็พอ....

วันๆ ก็นั่งวาดรูป นั่งเขียนอะไรไป  ให้มันพอ หายว่าง ๆ  ให้มันมีอะไรทำ.....

เรียนก็ไม่เรียน งานการก็ไม่ทำ   ไม่รู้จะทำอะไร  อยู่ไปวันๆ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน

เคยอยากจะฆ่าตัวตายซะด้วยซ้ำ  แต่ก็ไม่รู้จะตายยังไง  ใครจะมาเก็บศพ

เคยคิดว่า  หากชาดนี้ ไม่มีแม่ ไม่มีพี่ แล้ว ก็จะตายซะ  เพราะทุกวันนี้ มันก็ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น

เพื่อให้คนอื่นรู้ว่ามีเรา  ไม่ให้เค้าเสียใจที่เราตายจากไปซะเท่านั้นแหละ

 

ท้ายที่สุด หนีไปยังไง ก็ไม่พ้นอกแม่อยู่ดี  ตะลอนไปทั่วบ้าน ทั่วเมือง

ไปอยู่บ้านเพื่อนทีเป็นเดือน ๆ จนพ่อแม่ เพื่อนรับเป็นลูก   แต่ก็ไม่สบายเหมือนบ้านเรา

เพราะไงบ้านเราก็คือบ้านเราเนาะแม่เนาะ..... จะยังไงนี่ก็คือแม่เรา......

 

วันนึง ก็เลย กลับไปหาแม่นั่นแหละ แล้วก็บอกแม่ว่า แม่เค้าอยากเรียน.........

อยากกลับไปเรียน   ไม่อยากเป็นคนโง่แบบนี้ระ   .....จะไปทำงานอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีใครเค้าเอา

...................

ความรู้อะไรก็ไม่มี  เด็กก็เด็ก  อายุอะไรก็ไม่ถึง    จะทำอะไรกินก็ยังไม่รู้.....

แม่ก็ พูดได้คำเดียวว่า    "ไง ไปมาซะสุดขอบฟ้า  ไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้วใช่ไหมระ ถึงได้กลับมา คราวนี้ก็ตั้งใจเรียนแล้วกัน แล้วก็ไปดูที่เรียนซะ ว่าอยากเรียนที่ไหน"

 

นี่คือคำแรกที่พูดกับแม่ แม่พูดตอบกลับมาด้วยเสียงนิ่งๆ

แต่ตอนนั้นไม่เคยรู้สึกเลยว่าคำพวกนี้ทำให้แม่โล่งใจได้มากเพียงไหน  เพียงเพราะเราไม่เข้าใจ

หัวอกคนเป็นแม่  ไม่เข้าใจหัวอก คนที่รักเราอยากจริงใจและแสนเป็นห่วงอนาคต

แม่ หันไปคุยกับป้า  "มันก็คงไปจนสุดหล้าฟ้าเขียวแล้วนั่นแหละ ไปจนไม่รู้จะไปไหนอีกต่อไปแล้ว ถึงได้อยากกลับมาเรียน"

 

ตอนนั้นไม่ค่อยเข้าใจประโยคพวกนี้เท่าไหร่ ...แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า   ชีวิตตอนนั้นเป็นยังไง

ชีวิตที่ไม่ว่าใครก็เอาไม่อยู่   เกเร  จนไม่มีใครควบคุมได้ 

ไม่เคยฟังใคร  ใครเตือน ใครห้าม ก็ด่าเค้า ก็หาเรื่องกับเค้า ......จนยาดทุกคนกัว และเบื่อ

ไม่อยากจะยุ่งกับเค้า   ...แต่ลึกๆ ตอนนั้นแอบสะใจนะ  ที่ใครอย่ามายุ่งกะชีวิตกู

 

ชีวิตกูกูดูแลตัวเองได้ ...... แต่ดูแลได้ดีแค่ไหน เท่าไหนกันระ กับคนที่ผ่านชีวิตมา

เด็ก    เด็กมากๆ กับความคิดพวกนี้.......................

 

แต่พูมใจอยู่อย่างนึง  ....ที่ชีวิตของบีที่ระหกระเหิน ลุ่มๆ ดอน ๆ เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง หยุดบ้าง

เปลี่ยนที่เรียนบ้าง  ย้าย ตั้งแต่เกิดมาเนี่ย  10 โรงเรียนได้ ย้ายอยู่นั่นแหละ

 

ย้ายแบบไม่มีเหตุผล...เหอๆ ม.1เรียนที่นี้ ม.2 ไปเรียนอีกที่  ม.4เรียนอีก 3ที่

ฮ่าๆ  ชีวิต กู ใช้คุ้มจริงๆ มหาลัยเรียนอีก 2 ที่  สุดตรีนระ

 

เอาเป็นว่า  จะบอกแม่ว่า....ชีวิตเค้าก็ยังไม่หยุดนิ่งเลย  ยังหาตัวเองไม่เจอเลย

แต่ก็ประคับประคองมาได้ระดับนึงแล้ว   ...เพียงแต่ว่ายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต

 

เหนื่อย ก็ทอหาแม่ เล่าให้แม่ฟัง ว่าตอนนี้ทำงานเป็นยังไง มันเหนื่อยแค่ไหน

แม่ก็ให้อดทน ว่าทำงานก็แบบนี้แหละ มันเหนื่อย แม่เจออะไรมาเยอะกว่าแก มากมาย

ปรึกษาแม่ว่า อยากเปิดร้านขายเสื้อ ตัดเสื้อ... อยากทำอะ อยากทำแบรนด์ของตัวเอง

ชอบใส่อะไรก็ทำแบบนั้นนั่นแหละขาย   ขายดีไม่มีชั่งมัน กูอยากขาย...555+ก็เอามันซะยังงี้

เมื่อไหร่จะคิดได้ แบบโตๆ สักทีวะ   ก็ชีวิตมันเรื่อยเปื่อยอะแม่......

 

คนมัน อารมสินละปิน  มันก็ต้องมีขึ้นมีลงบ้าง  แต่แม่เห็นไหมระว่า

ท้ายที่สุด  เค้าก็เป็นผู้เป็นคนกับเค้า ....ชาดนี้ ลูกที่แม่ไม่คิดว่าจะเอาถ่านอะไรกับเค้า

เท่วเล่นไปวัน ๆ กลับมานั่งทำงาน งกๆๆๆๆๆ จนจะบ้าตาย เคียดตาย

 

นั่นแหละ ก็อยากให้แม่มาหาแล้วมีเงินให้แม่ได้ใช้บ้าง

มีเงินพาแม่ไปไหนมาไหนบ้าง ....แม่จะได้ไม่ต้องมาออกเงินให้อีก

คราวที่แล้วที่แม่มา  ก็ไม่ได้ดูแลแม่ไรมาก ไม่มีตัง..555+

ก็พากินพาเท่วได้เท่านั้น   แต่ไม่มีตังซื้อไรให้  เด๋วมาคราวนี้สบายมากเก็บเงินก่อนนะ

อยากได้อะไรจะซื้อให้....แต่แม่ก็ไม่เห็นค่อยอยากได้ไรเนาะ ...หรือว่าเกรงใจ

ไม่ไร โตแล้ว ตอนนี้หาเงินได้เองแล้ว...อยากให้แม่แต่งตัวสวยๆ

อยากให้มีชุดสวยๆ อยากให้ใส่สร้อย สวยๆ  สร้อยมุกที่เคยซื้อให้อะ ยังอยู่ไหมอ่ะ

 

จำได้นะ ว่าเคยให้พระเหลี่ยมทองไปด้วยที่สร้อยเป็นคริสตัล

ถึงแม้ว่า จะไม่เคยทำไรให้แม่เป็นชิ้นเป็นอัน........ไม่เคยให้เงินแม่เป็นเรื่องเป็นราว

แต่ลูกคนนี้นะ... เป็นคนดีของสังคม ไม่ทำร้ายใคร ไม่คดโกงใคร

และไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นเรื่องไม่ดี ๆ อะ ไม่รู้จะพูดยังไง

แต่เอาเป็นว่า.................ก็คิดว่า เป็นคนดีแล้วกัน  ..ฮ่าๆๆ

 

ดีป่าวไม่รู้เหมือนกัน  แต่ไม่เคยทำร้ายใคร เรียกว่าคนดีปะ

 

วันนี้กลับมาจากทำงาน เหนื่อยและท้อ ท้อมากมาย

สุดท้ายก็นึกถึงแม่อยู่ดี   ว่าทำงานทำไมวะ...55+ไม่เพื่อตัวเองก็เพื่อแม่แล้วกันเนาะ

เพราะเพื่อตัวเองคงไม่อยากทำ ไม่ได้ใส่ใจไรตัวเองมากมาย

 

ทำไมชีวิตคนโตๆ นี่มันวุ่นวายเสียจริง อยากกลับไปเรียนอนุบาล

เรียนๆ นอนๆ ไปวันๆ เล่นๆ  สบายใจ โรงเรียนหัสดิเสวี อนุบาล 2 5555จำได้

เพราะย้ายมาจากโรงเรียนไม่รู้ชอบย้ายบ่อย

 

ย้ายแต่เล็กจนโต...........

แม่จ๋าแม่   แม่จ๋า   คำพวกนี้ติดปากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถูกสอนให้เรียก

แต่ทำไม โตมา  ตะโกนเรียก  แม่              แม่   อยู่ไหนอะ ไอนั่นอยู่ไหน ไอนี่อยู่ไหน

แม่ขอตังหน่อย                แม่ขอตังไปซื้อนี่หน่อยดิ

 

555+

 

แม่คงนั่งนึกเนาะ  ทำไมตอนเด็กๆ มันน่ารักวะ แม่จ๋า แม่จ๋าแม่ แม่ขอตังซื้อหนม2 บาท

แม่เย็นนี้บอกป๋าไปกินข้าวฟังเพลงกานน น อยากกินข้าวฟังเพลง

มันคือร้านอาหารที่ มีคนเล่นดนตรีให้ฟังอะ    แบบคอฟฟี่ช้อพตามโรงแรม

มีคนเล่นดนตรี กับร้อง  คือความทรงจำก็เลือนลางเต็มที

 

สมัยที่ป๋ายังมีชีวิตอยู่ แล้วเราอยู่กันพร้อมหน้า  มีแม่ มีป๋า มีพี่ มีเค้า

ตอนนี้ ทั้ง 4 ชีวิต ต่างก็แยกย้าย ไปคนละทาง ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต อิๆ

เพราะป๋าเค้าไปดีระ  ทุกวันนี้ ก็ยังจุดธูปไหว้ป๋าอยู่ เวลาไม่สบายใจ

เวลาตักบาตรก็ยัง กรวดน้ำไปให้ป๋านะ ป๋าจะได้มีกิน

หากว่าเป็นคนตื่นเช้ากว่านี้ คงทำบุญให้ป๋าให้เยอะกว่านี้  เพราะได้ทำช่วงเวลาที่ไม่ได้นอนจนถึงเช้า

เท่านั้นแหละ

เลวเนาะ ลูกทรพี  ...ก็มันไม่ตื่นอะ  นอนไม่เป็นเวลา

 

ที่จิงไม่อยากจุดธูปไหว้ป๋าเท่าไหร่หรอก  กัวไปกวนเค้า ไม่ได้เกิดสักที

แม่ดิ ชอบให้จุด  แม่บอกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ ตายไปแล้วก็ต้องมาช่วยลูกไม่ให้ลูกลำบาก

อันนี้ไม่รู้จริงอะป่าว  ก็น่าจะแค่ทำบุญไปให้ ไม่ต้องไปจุดขอไรให้เค้ามาช่วยหรอกเนาะ

ก็อาจจะเป็นคนไทย ที่พึ่งทางใจมั้ง  แต่ก็จุดทุกทีตามแม่บอก.....ก็ไหว้ป๋า ช่วยลูกหน่อย

ไม่สบายใจเลย ยังงั้นยังงี้

 

ตอนแรกแม่จะมาหา  แล้วไม่มาก็ดีแล้ว ตอนนี้ฟ้าฝนไม่ค่อยดี นั่งรถคนเดียวมันอันตราย มันไกล

รู้ป่าวว่า  เวลาที่ส่งแม่ขึ้นรถทีไรอะ จะมองจนรถออกทุกที จนรถมันหายไปกับตา

กัวมันเกิดอันตราย กัวมันเกิดอุบัติเหตุ.....พอโตมาแล้วถึงจะรู้ว่า การห่วงใยอะ มันลึกซึ้งและผูกพันแค่ไหน

คราวนี้ ถ้าแม่มานะ จะนั่งรถกลับบ้านไปด้วย จะนั่งกลับไปส่ง

 

แม่แก่แล้วไปไหนมาไหนคนเดียว มันอันตราย อย่างน้อยก็จะไม่เหงา เวลารถมันพักกินข้าว

เข้าห้องน้ำห้องท่าเวลาดึกๆ......

 

ทุกวันนี้เสียใจจังที่ยังไม่เคยทำไรให้แม่เลย ...แต่มันไม่สายเกินไปใช่ไหม

ที่จะเริ่มต้นเสียตั้งแต่เด๋วนี้ .......ที่จะเริ่มต้นใหม่ และหันหน้าสู้กับตัวเองและความท้อใจต่างๆ

 

เราสามคน  แม่ พี่ และเค้า ต่างก็เจออะไรกันมากมาย (ยกเว้นป๋าที่ไปสบายแล้ว)

ต่างก็เจออะไรกันมากมายที่เกินกว่าจะมาแยกพวกเราออกจากกันแล้วล่ะ

ถึงแม้จะต่างคนต่างอยู่  ต่างคนต่างตื่นมา หายใจสูดอากาศเข้าไปคนละที่ก็ตาม

แต่อย่างน้อย ดวงอาทิตย์ที่ยังสาดส่องลงมาก็ยังเป็นเปลวแดดร้อน ดวงเดียวกัน

 

เราไม่ได้อยู่ไกลกันเกินจะไปหานะ.......แต่เราก็ไม่ได้ใกล้กันเกินจะดูแลกัน

ดูแลแม่น้อยมาก    ไม่ได้ดูแลเลยต่างหาก...

ตอนเค้าป่วย  แม่เคยวิ่งวุ่นทั้งวัน เพื่อพาเข้าๆ ออกๆ รพ.

เป็นปีๆ ที่หมดเงินรักษาไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่..........มันเป็นกรรมเป็นเวรเนาะ

แต่พอมานั่งคิดๆดูแล้ว  เวลาที่ทรมานพวกนั้นผ่านพ้นมาได้

 

ทั้งที่มันทุกข์ยาก และปวดร้าวไปทั้งตัวกับการเจ็บป่วยเนี่ย...มันยากเกินธรรมชาติควบคุมได้

มันยังผ่านมาได้   แล้วตอนนี้เราควบคุมตัวเราเองได้

 

ทำไมเราถึงจะทำให้มันดีไม่ได้ระใช่ไหม.......โง่จิงๆน้า ทำไมถึงเพิ่งมาคิดได้นะ

บอกแล้วคนเราไม่มีอะไรจะสายเกินไป ...อย่างดีก็แค่เสียเวลา ซื้อเหตุการณ์สำคัญในชีวิตนั่นแหละ

 

 

แล้วจะเสียเวลาทำไม ........คิดกันให้ดีนะ

เรียน คือเรียน  ตั้งใจเหอะ  ไว้ผม ไม่ไว้ผมเนี่ย ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แต่ก็เข้าใจ  ...มันวัยใครก็วัยมัน....มันห้ามกันไม่ได้ตอนนั้นเราก็เป็น

 

เอาล่ะ ....ก่อนหน้านี้นะ เคยเขียน ไดอารี่ ไว้ฉบับนึง ยาวมาก

เขียนในช่วงในตอนที่ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีแม่   ในมุมมองที่แม่ไม่รู้ว่าลูกไปเจออะไรมาบ้าง

มันสุข มันทุกข์ ความเป็นจริงที่แม่ไม่เคยรู้......ในมุมมองของลูกเอง

 

เสียดาย ไผ่ลบทิ้งไประ ก็ยากจะเรียบเรียงมันขึ้นมาใหม่

ไผ่ลบทิ้งไปสองปีระ เสียดายจริงๆ  แต่มันไม่เคยหายไปจากความทรงจำในหัวใจเค้าเลย

ชีวิตที่เราต้องอยู่โดยไม่มีใคร  มันเหงาและทรมาน เหลือเกิน

 

ชีวิตที่ตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่า วันนี้จะกินอะไร  จะเอาเงินไหนไปจ่ายค่าห้อง

เห้อ..........เค้าว่า อดีตมีไว้เพื่อแก้ไขและทำปัจจุบันให้ดีขึ้น และให้ส่งผลไปยังอนาคต

นั่นแหละ  เค้าว่าไว้อย่างไร มันไม่เคยผิดคำพูด คนโบราณเลย

 

 

เพลงค่าน้ำนม จำได้ดี ตอนเล็กๆ ชอบให้แม่ร้องให้ฟัง  ก่อนนอนแล้วเราก็ดูดนมขวดๆ ไปด้วย

ก่อนจะหย่านม จำได้แม่นม่ะ

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่
กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล
เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม
แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบ โตโอ้เล็กจนใหญ่
นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

ควร คิดพินิจให้ดี
ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง
แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น
หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย

.....................

ไม่เห็นต้องมีวันแม่   ก็รักแม่ได้  เพราะทุกวันเราคือแม่ลูกกัน ใช่ป่ะแม่

เด๋วทอไปหานะ

 

แม่

มีรูปนี้ใบเดียวแหละที่ถ่ายกับแม่ ตอนโตนอกนั้นมีแต่เด็กๆ ไม่กี่ขวบ

กลับบ้านไปก็ชอบนั่งเปิดอัลบั้ม เก่าๆ ดูคนเดียวทุกที ที่ได้อยู่ด้วยกัน 4 คน

แม่ ป๋า พี่ และ บี เวลาเหล่านั้นไม่มีอีกแล้ว 

แต่เวลาที่ยังเหลืออยู่ทำให้ดีกว่านี้ได้ไหมละ

แม่ จะเล่าไรให้ฟังนะ เคยโกดแม่ เคยเกลียดแม่ เคยน้อยใจแม่  เคยทุกสิ่งทุกอย่างที่จะโค่ดไม่เข้าใจแม่

ว่าทำไม แม่ถึงได้ปล่อยให้ใช้ชีวิต แบบนี้อยู่คนเดียว ให้โตคนเดียว ให้หากินคนเดียว ให้ทำอะไรต่อมิอะไรคนเดียว

จนทุกวันนี้ บีจิตใจกระด้างไปหมดแล้ว  และเฉยชากับทุกสิ่งที่อยู่รอบด้าน เพราะว่าเจอมันมาซะหมดแล้ว

 

ตั้งแต่เกิดมา  กี่ครั้งไม่รู้ต่อกี่ครั้ง ที่ทำให้แม่เสียใจ แถมไม่เคยคิดจะเสียใจเสียด้วยซ้ำ

เคยเถียงแม่ ทะเลาะกับแม่ และหนีออกจากบ้าน ไม่ให้แม่เจอ ไม่ให้แม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพียงเพราะอารมณ์

และเพียงเพราะนิสัยไม่ดีเองนั่นแหละมั้ง 

 

เคยเอาสร้อยทองที่แม่ซื้อให้ติดคอ ไว้ไปขายร้านทอง เป็นค่ารถ จะหนีแม่ไปหาเพื่อนเพราะเบื่อที่แม่บ่น

เบื่อที่แม่จู้จี้จุกจิก  เช้ามาก็บ่นๆ ๆ อะไร ไม่รู้ คนจะนอน จะให้ทำนั่นทำนี่ ทำนู้น  จะให้ทำอะไรต่อมิอะไรทำไมมากมาย

ห้องนอนก็ห้องนอนเค้า จะรก จะไรก็ เรือ่งของเค้า เค้าอยู่ได้ ไม่ต้องมายุ่งได้ไหมล่า

 

เสื้อผ้าก็เหมือนกัน ไม่ต้องมาซักให้ก็ได้ ไม่อยากฟังที่จะมาบ่น ไม่มีใส่เด๋วก็จะซักเองไม่ต้องมายุ่ง

หากไม่มี ก็จะไม่ใส่ ไม่ซัก ไม่ไรทั้งนั้น ก็ปล่อยให้มันเน่า ๆไป

 

เรื่องเรียนก็เหมือนกัน  แม่ไม่รู้หรอก ว่าเค้าไปเจออะไรในที่โรงเรียนบ้าง

รู้ไหมว่าป๋า อะ เคยไม่ไปจ่ายค่าเทอมให้  เพราะอะไรก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ เพียงเพราะป๋าเอาเงินไปให้ผู้หยิงคนนั้นใช้มั้ง

จวบจนป๋าตายนั่นแหละ ถึงได้รู้ว่า ...ทำไม.....

 

แม่ไม่เข้าใจว่าทำไม เค้าถึงไม่อยากไปเรียน   เพราะไม่อยากให้แม่ลำบาก

ก็คิดโง่ๆ  คิดอะไรโง่ๆ สารพัด เรื่องนี้ก็ไม่เคยพูดให้แม่ฟังด้วยซ้ำ เพราะกัวแม่คิดมาก

รู้ว่าแม่ทำงานอยู่คนเดียว ... รู้ว่าพี่สาวเราก็ทำให้แม่ปวดหัวมากพอระ

ไม่อยากทำตัวให้มีปัญหาอีกคน...................แต่ก็ดันสร้างปัญหาให้แม่ในมุมที่เค้าไม่รู้

 

รู้นะ ว่าเคยดื้อ  เคยด่าแม่ ตะโกนด่ากับแม่ เคยสู้แม่ เวลาแม่ตี  เคยกระชากไม้ที่แม่ตีเพื่อไม่ให้แม่มาตี

ทุกวันนี้  รู้หมดแล้วว่า  สิ่งที่แม่เคยเป็นเดือดเป็นร้อน

เคยหาโรงเรียนให้เรียน  เคยเอาเค้าไปฝากกับป้าให้ป้าดูแลและให้เรียน

 

ทุกวันนี้ยังเสียใจอยู่ที่ทำไม ตอนนั้นไม่เอาถ่าน  เสียดายเวลาที่หยุดเรียน มาปีสองปี

ด้วยเหตุผลโง่ๆ ง่ายๆ  แค่เรื่องอยากไว้ผม  โรงเรียนนี้มันเสือกให้ตัดผม ก่อนเข้าเรียน แล้วถึงให้ไว้

เลยไม่เรียนแม่งเลย   ออกมาหางานทำซะ.......ทำไมตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไมถึงได้คิดอะไรโง่ๆ แบบนี้น้า

 

พอออกมาทำงาน ก็เลยออกไปอยู่หอซะอยู่กับเพื่อน ใช้ชีวิตให้มันสมกับเป็นชีวิตไปเลย

กินใช้ เท่ว  ไม่เคยหันกลับไปที่บ้านอีก  ไม่ต้องมียาดพี่น้อง  ทุกวันก็มีแค่คำว่าเพื่อน ว่าเพื่อน

ทำไมตอนนั้น อะไรก็เพื่อน แล้วเพื่อนก็เป็นตัวแปรที่ทำให้ชีวิตเค้า เปลี่ยนไป.............................

 

พอหมดสนุกกับการ ทำงานออกไปใช้ชีวิตตัวเองแล้ว    สุดท้ายก็กลับไปหาแม่

....เพราะไม่รู้จะเอาอะไรกิน  ไม่รู้จะอยู่ยังไง  ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน

 

เมื่อก่อนตอนที่หนีออกจากบ้าน  แม่รู้ไหมว่าลำบากมาก  ไม่มีอะไรจะกิน

อยู่หอเนี่ย มันทรมานมาก    .... ห้องที่คอนโดที่เช่าอยู่กับเพื่อน ก็โดนล้อค

ตัดน้ำ ตัดไฟ  ตัดแม่งหมด  ดีอย่างเดียวที่มันไม่ไล่ออกจากที่นอน ไม่มีที่ซุกหัวนอน

ตกกลางคืน ก้แอบไปเปิดวาวล์น้ำ เพื่ออาบน้ำ  แอบเปิดคัดเอ้าไฟ  เพื่อใช้ไฟ

 

เล่าตอนนี้มันเป็นเรื่องขำขำ แหละ มันผ่านมาแล้วนี่....แต่ตอนนั้นมันไม่ขำเท่าไหร่หรอก

เพื่อนที่พอจะกลับบ้านได้  ก็กลับไป เอาข้าวมาให้กินบ้าง  แบ่งกันบ้าง

แค่พอมีชีวิตรอดไปวันๆ  อนาคต ไม่รู้จะเอายังไง ไม่ต้องคิดถึงซะด้วยซ้ำ

 

เพราะ แค่พรุ่งนี้จะเอายังไง ยังไม่รู้เลย  ก็แค่นอนมาให้มันตื่นมาก็พอ....

วันๆ ก็นั่งวาดรูป นั่งเขียนอะไรไป  ให้มันพอ หายว่าง ๆ  ให้มันมีอะไรทำ.....

เรียนก็ไม่เรียน งานการก็ไม่ทำ   ไม่รู้จะทำอะไร  อยู่ไปวันๆ ก็ไม่รู้จะอยู่ไปทำไมเหมือนกัน

เคยอยากจะฆ่าตัวตายซะด้วยซ้ำ  แต่ก็ไม่รู้จะตายยังไง  ใครจะมาเก็บศพ

เคยคิดว่า  หากชาดนี้ ไม่มีแม่ ไม่มีพี่ แล้ว ก็จะตายซะ  เพราะทุกวันนี้ มันก็ใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น

เพื่อให้คนอื่นรู้ว่ามีเรา  ไม่ให้เค้าเสียใจที่เราตายจากไปซะเท่านั้นแหละ

 

ท้ายที่สุด หนีไปยังไง ก็ไม่พ้นอกแม่อยู่ดี  ตะลอนไปทั่วบ้าน ทั่วเมือง

ไปอยู่บ้านเพื่อนทีเป็นเดือน ๆ จนพ่อแม่ เพื่อนรับเป็นลูก   แต่ก็ไม่สบายเหมือนบ้านเรา

เพราะไงบ้านเราก็คือบ้านเราเนาะแม่เนาะ..... จะยังไงนี่ก็คือแม่เรา......

 

วันนึง ก็เลย กลับไปหาแม่นั่นแหละ แล้วก็บอกแม่ว่า แม่เค้าอยากเรียน.........

อยากกลับไปเรียน   ไม่อยากเป็นคนโง่แบบนี้ระ   .....จะไปทำงานอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีใครเค้าเอา

...................

ความรู้อะไรก็ไม่มี  เด็กก็เด็ก  อายุอะไรก็ไม่ถึง    จะทำอะไรกินก็ยังไม่รู้.....

แม่ก็ พูดได้คำเดียวว่า    "ไง ไปมาซะสุดขอบฟ้า  ไม่มีที่ไหนให้ไปอีกแล้วใช่ไหมระ ถึงได้กลับมา คราวนี้ก็ตั้งใจเรียนแล้วกัน แล้วก็ไปดูที่เรียนซะ ว่าอยากเรียนที่ไหน"

 

นี่คือคำแรกที่พูดกับแม่ แม่พูดตอบกลับมาด้วยเสียงนิ่งๆ

แต่ตอนนั้นไม่เคยรู้สึกเลยว่าคำพวกนี้ทำให้แม่โล่งใจได้มากเพียงไหน  เพียงเพราะเราไม่เข้าใจ

หัวอกคนเป็นแม่  ไม่เข้าใจหัวอก คนที่รักเราอยากจริงใจและแสนเป็นห่วงอนาคต

แม่ หันไปคุยกับป้า  "มันก็คงไปจนสุดหล้าฟ้าเขียวแล้วนั่นแหละ ไปจนไม่รู้จะไปไหนอีกต่อไปแล้ว ถึงได้อยากกลับมาเรียน"

 

ตอนนั้นไม่ค่อยเข้าใจประโยคพวกนี้เท่าไหร่ ...แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า   ชีวิตตอนนั้นเป็นยังไง

ชีวิตที่ไม่ว่าใครก็เอาไม่อยู่   เกเร  จนไม่มีใครควบคุมได้ 

ไม่เคยฟังใคร  ใครเตือน ใครห้าม ก็ด่าเค้า ก็หาเรื่องกับเค้า ......จนยาดทุกคนกัว และเบื่อ

ไม่อยากจะยุ่งกับเค้า   ...แต่ลึกๆ ตอนนั้นแอบสะใจนะ  ที่ใครอย่ามายุ่งกะชีวิตกู

 

ชีวิตกูกูดูแลตัวเองได้ ...... แต่ดูแลได้ดีแค่ไหน เท่าไหนกันระ กับคนที่ผ่านชีวิตมา

เด็ก    เด็กมากๆ กับความคิดพวกนี้.......................

 

แต่พูมใจอยู่อย่างนึง  ....ที่ชีวิตของบีที่ระหกระเหิน ลุ่มๆ ดอน ๆ เรียนบ้างไม่เรียนบ้าง หยุดบ้าง

เปลี่ยนที่เรียนบ้าง  ย้าย ตั้งแต่เกิดมาเนี่ย  10 โรงเรียนได้ ย้ายอยู่นั่นแหละ

 

ย้ายแบบไม่มีเหตุผล...เหอๆ ม.1เรียนที่นี้ ม.2 ไปเรียนอีกที่  ม.4เรียนอีก 3ที่

ฮ่าๆ  ชีวิต กู ใช้คุ้มจริงๆ มหาลัยเรียนอีก 2 ที่  สุดตรีนระ

 

เอาเป็นว่า  จะบอกแม่ว่า....ชีวิตเค้าก็ยังไม่หยุดนิ่งเลย  ยังหาตัวเองไม่เจอเลย

แต่ก็ประคับประคองมาได้ระดับนึงแล้ว   ...เพียงแต่ว่ายังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต

 

เหนื่อย ก็ทอหาแม่ เล่าให้แม่ฟัง ว่าตอนนี้ทำงานเป็นยังไง มันเหนื่อยแค่ไหน

แม่ก็ให้อดทน ว่าทำงานก็แบบนี้แหละ มันเหนื่อย แม่เจออะไรมาเยอะกว่าแก มากมาย

ปรึกษาแม่ว่า อยากเปิดร้านขายเสื้อ ตัดเสื้อ... อยากทำอะ อยากทำแบรนด์ของตัวเอง

ชอบใส่อะไรก็ทำแบบนั้นนั่นแหละขาย   ขายดีไม่มีชั่งมัน กูอยากขาย...555+ก็เอามันซะยังงี้

เมื่อไหร่จะคิดได้ แบบโตๆ สักทีวะ   ก็ชีวิตมันเรื่อยเปื่อยอะแม่......

 

คนมัน อารมสินละปิน  มันก็ต้องมีขึ้นมีลงบ้าง  แต่แม่เห็นไหมระว่า

ท้ายที่สุด  เค้าก็เป็นผู้เป็นคนกับเค้า ....ชาดนี้ ลูกที่แม่ไม่คิดว่าจะเอาถ่านอะไรกับเค้า

เท่วเล่นไปวัน ๆ กลับมานั่งทำงาน งกๆๆๆๆๆ จนจะบ้าตาย เคียดตาย

 

นั่นแหละ ก็อยากให้แม่มาหาแล้วมีเงินให้แม่ได้ใช้บ้าง

มีเงินพาแม่ไปไหนมาไหนบ้าง ....แม่จะได้ไม่ต้องมาออกเงินให้อีก

คราวที่แล้วที่แม่มา  ก็ไม่ได้ดูแลแม่ไรมาก ไม่มีตัง..555+

ก็พากินพาเท่วได้เท่านั้น   แต่ไม่มีตังซื้อไรให้  เด๋วมาคราวนี้สบายมากเก็บเงินก่อนนะ

อยากได้อะไรจะซื้อให้....แต่แม่ก็ไม่เห็นค่อยอยากได้ไรเนาะ ...หรือว่าเกรงใจ

ไม่ไร โตแล้ว ตอนนี้หาเงินได้เองแล้ว...อยากให้แม่แต่งตัวสวยๆ

อยากให้มีชุดสวยๆ อยากให้ใส่สร้อย สวยๆ  สร้อยมุกที่เคยซื้อให้อะ ยังอยู่ไหมอ่ะ

 

จำได้นะ ว่าเคยให้พระเหลี่ยมทองไปด้วยที่สร้อยเป็นคริสตัล

ถึงแม้ว่า จะไม่เคยทำไรให้แม่เป็นชิ้นเป็นอัน........ไม่เคยให้เงินแม่เป็นเรื่องเป็นราว

แต่ลูกคนนี้นะ... เป็นคนดีของสังคม ไม่ทำร้ายใคร ไม่คดโกงใคร

และไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นเรื่องไม่ดี ๆ อะ ไม่รู้จะพูดยังไง

แต่เอาเป็นว่า.................ก็คิดว่า เป็นคนดีแล้วกัน  ..ฮ่าๆๆ

 

ดีป่าวไม่รู้เหมือนกัน  แต่ไม่เคยทำร้ายใคร เรียกว่าคนดีปะ

 

วันนี้กลับมาจากทำงาน เหนื่อยและท้อ ท้อมากมาย

สุดท้ายก็นึกถึงแม่อยู่ดี   ว่าทำงานทำไมวะ...55+ไม่เพื่อตัวเองก็เพื่อแม่แล้วกันเนาะ

เพราะเพื่อตัวเองคงไม่อยากทำ ไม่ได้ใส่ใจไรตัวเองมากมาย

 

ทำไมชีวิตคนโตๆ นี่มันวุ่นวายเสียจริง อยากกลับไปเรียนอนุบาล

เรียนๆ นอนๆ ไปวันๆ เล่นๆ  สบายใจ โรงเรียนหัสดิเสวี อนุบาล 2 5555จำได้

เพราะย้ายมาจากโรงเรียนไม่รู้ชอบย้ายบ่อย

 

ย้ายแต่เล็กจนโต...........

แม่จ๋าแม่   แม่จ๋า   คำพวกนี้ติดปากมาตั้งแต่เด็ก ๆ ถูกสอนให้เรียก

แต่ทำไม โตมา  ตะโกนเรียก  แม่              แม่   อยู่ไหนอะ ไอนั่นอยู่ไหน ไอนี่อยู่ไหน

แม่ขอตังหน่อย                แม่ขอตังไปซื้อนี่หน่อยดิ

 

555+

 

แม่คงนั่งนึกเนาะ  ทำไมตอนเด็กๆ มันน่ารักวะ แม่จ๋า แม่จ๋าแม่ แม่ขอตังซื้อหนม2 บาท

แม่เย็นนี้บอกป๋าไปกินข้าวฟังเพลงกานน น อยากกินข้าวฟังเพลง

มันคือร้านอาหารที่ มีคนเล่นดนตรีให้ฟังอะ    แบบคอฟฟี่ช้อพตามโรงแรม

มีคนเล่นดนตรี กับร้อง  คือความทรงจำก็เลือนลางเต็มที

 

สมัยที่ป๋ายังมีชีวิตอยู่ แล้วเราอยู่กันพร้อมหน้า  มีแม่ มีป๋า มีพี่ มีเค้า

ตอนนี้ ทั้ง 4 ชีวิต ต่างก็แยกย้าย ไปคนละทาง ทั้งมีชีวิตและไม่มีชีวิต อิๆ

เพราะป๋าเค้าไปดีระ  ทุกวันนี้ ก็ยังจุดธูปไหว้ป๋าอยู่ เวลาไม่สบายใจ

เวลาตักบาตรก็ยัง กรวดน้ำไปให้ป๋านะ ป๋าจะได้มีกิน

หากว่าเป็นคนตื่นเช้ากว่านี้ คงทำบุญให้ป๋าให้เยอะกว่านี้  เพราะได้ทำช่วงเวลาที่ไม่ได้นอนจนถึงเช้า

เท่านั้นแหละ

เลวเนาะ ลูกทรพี  ...ก็มันไม่ตื่นอะ  นอนไม่เป็นเวลา

 

ที่จิงไม่อยากจุดธูปไหว้ป๋าเท่าไหร่หรอก  กัวไปกวนเค้า ไม่ได้เกิดสักที

แม่ดิ ชอบให้จุด  แม่บอกว่าคนเป็นพ่อเป็นแม่ ตายไปแล้วก็ต้องมาช่วยลูกไม่ให้ลูกลำบาก

อันนี้ไม่รู้จริงอะป่าว  ก็น่าจะแค่ทำบุญไปให้ ไม่ต้องไปจุดขอไรให้เค้ามาช่วยหรอกเนาะ

ก็อาจจะเป็นคนไทย ที่พึ่งทางใจมั้ง  แต่ก็จุดทุกทีตามแม่บอก.....ก็ไหว้ป๋า ช่วยลูกหน่อย

ไม่สบายใจเลย ยังงั้นยังงี้

 

ตอนแรกแม่จะมาหา  แล้วไม่มาก็ดีแล้ว ตอนนี้ฟ้าฝนไม่ค่อยดี นั่งรถคนเดียวมันอันตราย มันไกล

รู้ป่าวว่า  เวลาที่ส่งแม่ขึ้นรถทีไรอะ จะมองจนรถออกทุกที จนรถมันหายไปกับตา

กัวมันเกิดอันตราย กัวมันเกิดอุบัติเหตุ.....พอโตมาแล้วถึงจะรู้ว่า การห่วงใยอะ มันลึกซึ้งและผูกพันแค่ไหน

คราวนี้ ถ้าแม่มานะ จะนั่งรถกลับบ้านไปด้วย จะนั่งกลับไปส่ง

 

แม่แก่แล้วไปไหนมาไหนคนเดียว มันอันตราย อย่างน้อยก็จะไม่เหงา เวลารถมันพักกินข้าว

เข้าห้องน้ำห้องท่าเวลาดึกๆ......

 

ทุกวันนี้เสียใจจังที่ยังไม่เคยทำไรให้แม่เลย ...แต่มันไม่สายเกินไปใช่ไหม

ที่จะเริ่มต้นเสียตั้งแต่เด๋วนี้ .......ที่จะเริ่มต้นใหม่ และหันหน้าสู้กับตัวเองและความท้อใจต่างๆ

 

เราสามคน  แม่ พี่ และเค้า ต่างก็เจออะไรกันมากมาย (ยกเว้นป๋าที่ไปสบายแล้ว)

ต่างก็เจออะไรกันมากมายที่เกินกว่าจะมาแยกพวกเราออกจากกันแล้วล่ะ

ถึงแม้จะต่างคนต่างอยู่  ต่างคนต่างตื่นมา หายใจสูดอากาศเข้าไปคนละที่ก็ตาม

แต่อย่างน้อย ดวงอาทิตย์ที่ยังสาดส่องลงมาก็ยังเป็นเปลวแดดร้อน ดวงเดียวกัน

 

เราไม่ได้อยู่ไกลกันเกินจะไปหานะ.......แต่เราก็ไม่ได้ใกล้กันเกินจะดูแลกัน

ดูแลแม่น้อยมาก    ไม่ได้ดูแลเลยต่างหาก...

ตอนเค้าป่วย  แม่เคยวิ่งวุ่นทั้งวัน เพื่อพาเข้าๆ ออกๆ รพ.

เป็นปีๆ ที่หมดเงินรักษาไปเท่าไหร่ต่อเท่าไหร่..........มันเป็นกรรมเป็นเวรเนาะ

แต่พอมานั่งคิดๆดูแล้ว  เวลาที่ทรมานพวกนั้นผ่านพ้นมาได้

 

ทั้งที่มันทุกข์ยาก และปวดร้าวไปทั้งตัวกับการเจ็บป่วยเนี่ย...มันยากเกินธรรมชาติควบคุมได้

มันยังผ่านมาได้   แล้วตอนนี้เราควบคุมตัวเราเองได้

 

ทำไมเราถึงจะทำให้มันดีไม่ได้ระใช่ไหม.......โง่จิงๆน้า ทำไมถึงเพิ่งมาคิดได้นะ

บอกแล้วคนเราไม่มีอะไรจะสายเกินไป ...อย่างดีก็แค่เสียเวลา ซื้อเหตุการณ์สำคัญในชีวิตนั่นแหละ

 

 

แล้วจะเสียเวลาทำไม ........คิดกันให้ดีนะ

เรียน คือเรียน  ตั้งใจเหอะ  ไว้ผม ไม่ไว้ผมเนี่ย ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรเลย

แต่ก็เข้าใจ  ...มันวัยใครก็วัยมัน....มันห้ามกันไม่ได้ตอนนั้นเราก็เป็น

 

เอาล่ะ ....ก่อนหน้านี้นะ เคยเขียน ไดอารี่ ไว้ฉบับนึง ยาวมาก

เขียนในช่วงในตอนที่ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีแม่   ในมุมมองที่แม่ไม่รู้ว่าลูกไปเจออะไรมาบ้าง

มันสุข มันทุกข์ ความเป็นจริงที่แม่ไม่เคยรู้......ในมุมมองของลูกเอง

 

เสียดาย ไผ่ลบทิ้งไประ ก็ยากจะเรียบเรียงมันขึ้นมาใหม่

ไผ่ลบทิ้งไปสองปีระ เสียดายจริงๆ  แต่มันไม่เคยหายไปจากความทรงจำในหัวใจเค้าเลย

ชีวิตที่เราต้องอยู่โดยไม่มีใคร  มันเหงาและทรมาน เหลือเกิน

 

ชีวิตที่ตื่นขึ้นมาก็ไม่รู้ว่า วันนี้จะกินอะไร  จะเอาเงินไหนไปจ่ายค่าห้อง

เห้อ..........เค้าว่า อดีตมีไว้เพื่อแก้ไขและทำปัจจุบันให้ดีขึ้น และให้ส่งผลไปยังอนาคต

นั่นแหละ  เค้าว่าไว้อย่างไร มันไม่เคยผิดคำพูด คนโบราณเลย

 

 

เพลงค่าน้ำนม จำได้ดี ตอนเล็กๆ ชอบให้แม่ร้องให้ฟัง  ก่อนนอนแล้วเราก็ดูดนมขวดๆ ไปด้วย

ก่อนจะหย่านม จำได้แม่นม่ะ

แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง
ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่
กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล
เมื่อเล็กจนโตโอ้แม่ถนอม
แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบ โตโอ้เล็กจนใหญ่
นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม

ควร คิดพินิจให้ดี
ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง
แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น
หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย

.....................

ไม่เห็นต้องมีวันแม่   ก็รักแม่ได้  เพราะทุกวันเราคือแม่ลูกกัน ใช่ป่ะแม่

เด๋วทอไปหานะ

 

เสดเสี้ยวประวัติสาดชาวโลก

 

จุดอ่อนของผมอยู่ที่หัวใจร้องเองอีกแล้ว ชอบร้อง อะครับ หากมีเพลงไรโดนๆ มักจะอยากมาอัพไดไม่รุเป็นไร เพลงเนี่ย เหมือนแต่งมาให้ตัวเองโดยเฉพาะเลย ไม่รู้ทำไม เกเร ไปทั่วเรื่องความรัก แต่ก็อยากได้ความรักจากคนอื่น แต่ไม่ก้าที่จะให้ใคร

 

บรรยากาศ บรรดากรอบรูปต่างๆ ในห้อง

 

ที่สะเว่นเซ่นวันวาเลนไทนพอดี มายถ่ายให้

ที่ไหนสักอย่างเซรงๆ นั่งถ่ายรูปเล่น

ไทด์แดงสวยไหมล่า

ท่านี่ เลียนแบบต้นเดอะสตาร์มา 555+

บีบอย กะบิวตี้ กินเฉ่าก๊วยที่ เจเจ

อีกรูปๆ นั่งรถในเจเจ

ไปส่งน้องมายตัดผม รอช่างมาตัด

ระยะห่างจากสตอรี่ ไม่ได้แตะเลย 4เดือนเต็มๆ เวลาเนี่ยมันวิ่งผ่านเราไปเหมือนลมความเรวสูง

แปปๆก็ผ่านไป 1 ปี  กลับไปดูวันที่อัพได เปิดไดที่นี้ครั้งแรก คือปี 2005 เลยอ่อ

ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะเลย      กับผ่านพบกับคนที่เจอะเจอ ทุกยุคทุกสมัยของสตอรี่ไทย

การมีเรื่องมีราว   การเม้นด่ากัน  การแย่งแฟนแย่งผัวแย่งเมียกัน  การสาดโคลนใส่กัน การนินทากัน

การใส่ร้ายหาว่าแต่งรูป   การเม้นมั่ว  การรวมกลุ่มตั้งตัวเป็นยากุช่าสตอรี่   เรื่องมันมากมายเหลือเกิน

แต่สุดท้าย เราก็ยังอยู่ ไม่ได้ตายจากไปไหน เหมือนกับ หลาย ๆคนที่หนีไปทำไดอารี่ที่บล้อคอื่น

เพราะสตอรี่มันปัญหามากมายเหลือเกิน

 

 

อ้าว แล้วสิ่งดีๆ ละ  ไม่มีเหรอ มีมากมายเหลือเกิน  ทุกวันนี้ น้อง ๆเพื่อนๆ หลายคน ที่สนิทกันในชีวิตจริงๆ

ก็มาจากสตอรี่ไทยนี่แหละ  ที่เป็นด้ายแดง เชื่อมโยงจิตใจเข้าหากัน เพิ่มความผูกพันกันด้วยตัวอักษร

และการดูแลความรู้สึกของกันและกัน   ดีแหละคือสิ่งดีๆในความเลวร้าย 

 

คนเราไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มักจะมีคนดีกับคนไม่ดีอยู่แล้ว

เราเลือกเอาเองแล้วกัน ว่า เราจะอยู่ฝั่งไหน   ยืนหยัด กับสิ่งไหนมากกว่า

อย่าเอาปัญหามาใส่ตัวและใส่ใจ  ชีวิตจริงๆ อยู่ที่ไหน ต้องการอะไรค้นหาให้เจอค้นหาให้พบ

 

แต่เราเองยังค้นหาตัวเองไม่เจอเลย  ยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร

ก็เดินตามทางไปเรื่อย ๆ ตามทางที่มันมีให้เดิน ไม่ได้กระโดด ไม่ได้โลดโผน

ไม่ได้เจออะไร แบบที่หลายๆ คนเจอ และพยายามฝ่าฝันอุปสรรค ชีวิตเรา เรามองว่า

มันช่างเรียบง่ายเสียเหลือเกิน.......เอ๊ะมันต้องมีอะไรทำอีกน้า

 

อยากได้อะไรอีกน้า .....สิ่งที่อยากได้จิงๆ คือ อยากให้ชีวิตที่มีอยู่สั้นที่สุด

โดยที่สิ้นสุดในชาดนี้ ไม่อยากเวียนว่ายตายเกิดมาพบกับเรื่องราวอะไรต่างๆ ที่เรารับไม่ได้หลายๆอย่าง

การใช้ชีวิต..คำๆนี้  พูดเหมือนง่าย  มันไม่ได้เหมือนการใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ได้เหมือนการใช้มือถือ

ที่เป็นสูตรสำเร็จที่ต้องทำตามได้เป๊ะๆ

 

การใช้ชีวิต  มันมีโอกาสให้ลองผิดลองถูกเหมือนกัน แต่ก็เสี่ยงกับการที่หากว่าถ้ามันเป็นทางที่ผิดระ

เราจะหาทางแก้ไขได้ด้วยตัวเองหรือไม่   

ยิ่งโตมากขึ้นไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีเรื่องให้คิดมากมาย ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายเพิ่มขึ้น

ทั้งที่บางอย่าง และหลายสิ่ง เป็นสิ่งนอกเหนือที่เราต้องการ   เราไม่เห็นอยากจะได้อะไรเลย

ทำไมคนเราต้องสร้างอนาคตด้วย เพื่ออะไร เพื่อครอบครัวงั้นหรือ

แต่เราก็ไม่ได้มีครอบครัวอะไร   มีแม่ ซึ่งแต่งงานใหม่ไประ พี่สาวที่แต่งงานไประ

ทุกวันนี้ก็อยู่คนเดียว  หรือจะให้เราสร้างครอบครัวใหม่ของเราเองงั้นหรือ.....

 

เรารู้สึกว่าเราดูแลใครไม่ได้ แค่ตัวเองยังหาข้าวกินเองไม่ได้เลย กินข้าว นอนตื่นอาบน้ำไม่เป็นเวลา

ใครอยู่กับเราคงตายไปพร้อมๆกัน 

ใครนะ ที่บอกว่าเรารักแต่สนุก  ใช้ชีวิตไปวันๆ  อ้าว แล้วจะให้เราทำไรละ

ให้เราทำงานหาเงินมาซื้อบ้านที่ต้องอยู่คนเดียวยังงี้เหรอ  ยังไงซะ เราก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดี

แฟนก็ไม่มี  คนที่จะรักยังไม่มีเลย .....

 

หลายคนบอกว่า เราได้เหลือบมองคนข้างๆ หรือเปล่า ก็มองนะ แต่ว่าเรารู้สึกว่า

เราไม่เคยมีความเชื่อในเรื่องความรัก.....เราไม่เชื่อว่า คนเราเกิดมา ต่างพ่อ ต่างแม่

การเติบโตที่ต่างกันสิ้นเชิง จะมาอยู่ด้วยกัน และผูกพันกันได้ โดยที่อยู่ด้วยกันตลอดไป

 

มันไม่น่าจะเกิดขึ้นได้กับเรา แม้ว่ามันอาจจะมีกับคนอื่นก็ตาม

ก็ไม่รู้จะทำอะไรเพื่อใคร เพราะไม่มีใครที่จะอยู่ให้เราทำดีด้วย

อยากจะทำดีกับใครสักคน อยากจะมีใครสักคน ที่สนใจเราจริงๆ ที่ไม่ได้อยากคบกับเราเพียงแค่ฉาบฉวย

แต่เป็นอะไรที่จะบอกเราว่า นี่แหละ เราเกิดมาเพื่อเค้า นั่นแหละคือคนที่เราจะอยู่ด้วย

 

หลายๆ อย่าง ประดังถาโถมเข้ามา ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน   ช่วงว่างก็ว่างเสียเหลือเกิน

ช่วงงานเข้าก็เข้าซะ ทำงานแทบล้มประดาตาย จนแทบจะเข้ารพ. ร่ำๆแล้ว

คิดถึงรพ. อยากนอน ไม่ได้นอนมาเป็นปีแล้วมั้ง ปกติอย่างน้อยปีนึงต้องได้นอน 3-4 วัน

ปีนี้แปลกยังไม่มาถึง มั้ง 555 ฤดูเข้ารพ.ของเรา

 

ค้นหาไปเรื่อย ๆแล้วกัน  เดินไปตามนาลิกาชีวิตของตัวเอง ที่มันเป็นแพคเกจ

ให้ทำอะไรก็จะทำ ให้อยู่ตรงไหนก็จะอยู่  ชีวิตมันจะเป็นอะไรก็เรือ่งของมัน

อย่างดีก็แค่ตาย   นี่แหละคือกำไรชีวิตแล้ว  ที่ผ่านมาทั้งหมด คือกำไรชีวิตที่ไม่มีใครมาซึมซับความทรงจำ

ไปจากตัวเราได้

 

เหนื่อย ท้อ  เหงา  เดียวดาย   อยู่คนเดียว คำพวกนี้เป็นแท้กับเราเสมอ

คิดถึงการอยู่คนเดียวเสมอ ......บางทีเดิน ๆอยู่ในที่คนๆ เยอะๆ เคยไหมที่จะเป็นแบบเรา

แม้ท่ามกลาง ฝูงชนเยอะแค่ไหน  สายตาเราก็ไม่สามารถโฟกัสอะไรได้เลย นอกจากรู้สึกว่า

ทำไมในโลกมีเพียงเราคนเดียวในตอนนี้

 

คนเราก็เป็นเพียงอณูเล็กๆ ในอวกาศ ปัญหาอะไรมันจะมากมายเนาะกับชีวิตเนี่ยไม่เข้าใจ

ก็แค่ธุลีดิน กรวด หินเสดทราย ในห้วงอวกาส  ทำไม ถึงทำให้เกิดความรู้สึกนึกคิดกันได้ขนาดนี้

 

แล้วอะไรคือความสุขที่แท้จริงกันน้า.......มันคืออะไรเหรอ  เราก็เป็นแค่เสดส่วนเสี้ยวนึง

ของยุคประวัติสาด ชาวโลกเท่านั้นแหละ  คิดไรมาก

 

เมื่อไหร่ที่หลุดจากลูกกรงที่ไปได้  ก็จะไปให้ถึงดวงดาวที่มองรอดลูกกรงนี้สักที

ขอเป็นอิสระสักทีเหอะ 


beeboyza